WorkingBee

50 ทวิ คืออะไร? ได้ตอนไหน ใช้ทำอะไร และขอคืนภาษีอย่างไร

หัก ณ ที่จ่ายและ 50 ทวิ · · อ่าน 9 นาที

เคยสงสัยไหมว่า ตกลงค่าจ้างไว้ 1,000 บาท แต่พอเงินเข้าบัญชีกลับได้รับ 970 บาท อีก 30 บาทหายไปไหน? หากเป็นค่าบริการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% เงินจำนวนนี้อาจเป็นภาษีที่ผู้จ่ายหักไว้เพื่อนำส่งกรมสรรพากร และ “ใบ 50 ทวิ” คือเอกสารสำคัญที่ช่วยยืนยันยอดรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ (ตัวอย่างนี้ไม่ใช่อัตราที่ใช้กับเงินได้ทุกประเภท)

ใบ 50 ทวิ คืออะไร

50 ทวิ หรือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย คือเอกสารที่ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายออกให้ผู้รับเงิน เพื่อแสดงว่ามีการจ่ายเงินได้จำนวนเท่าใดและหักภาษีไว้เท่าใด สามารถนำข้อมูลไปประกอบการยื่นภาษีเงินได้ประจำปีและตรวจสอบยอดภาษีที่ชำระล่วงหน้าได้

จำง่าย ๆ ว่า 50 ทวิเป็น “หลักฐานการถูกหักภาษี” ไม่ใช่ใบเสร็จที่ยืนยันว่าภาษีทั้งปีของเราจ่ายครบแล้ว

แล้วทำไม? ถึงชื่อว่า 50 ทวิ

ชื่อ “50 ทวิ” มาจาก มาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดหน้าที่และเวลาในการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย คำว่า “ทวิ” เป็นคำใช้ในการเรียกมาตรากฎหมายที่เพิ่มต่อจากมาตราเดิม จึงไม่ใช่ชื่อแบบฟอร์มที่ตั้งขึ้นเองโดยบริษัท

อ่านกฎหมายต้นฉบับได้ที่ กรมสรรพากร: มาตรา 50 ทวิ

ใครเป็นคนออกใบ 50 ทวิ ? และจะได้รับตอนไหน ?

ผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นผู้ออกเอกสาร ไม่ใช่หน้าที่ของผู้รับเงินจัดทำเอง กำหนดเวลาขึ้นอยู่กับประเภทของเงินได้และกฎหมายที่ใช้หักภาษี

กรณีโดยทั่วไปใครออกกำหนดเวลา
เงินเดือนหรือค่าจ้างพนักงานนายจ้างภายใน 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี
พนักงานออกจากงานระหว่างปีนายจ้างเดิมภายใน 1 เดือนนับจากวันออกจากงาน
ค่าบริการหรือเงินได้อื่นที่หักตามหลักเกณฑ์ซึ่งกำหนดให้ออกทุกครั้งผู้ว่าจ้างหรือผู้จ่ายเงินทันทีทุกครั้งที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ตัวอย่าง: เงินเดือนในปี 2569 นายจ้างมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองภายใน 15 กุมภาพันธ์ 2570 ตามกรณีทั่วไป ส่วนฟรีแลนซ์ที่ถูกหักภาษีจากค่าบริการในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ออกทันที ควรได้รับเอกสารเมื่อมีการหักภาษีแต่ละครั้ง

อ้างอิง: ประมวลรัษฎากร มาตรา 50 ทวิ และ คำแนะนำการออกหนังสือรับรองของกรมสรรพากร

ในใบ 50 ทวิ มีข้อมูลอะไรบ้าง

ก่อนเก็บเอกสาร ลองตรวจสอบข้อมูลสำคัญเหล่านี้

  • ผู้จ่ายเงิน: ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง
  • ผู้รับเงิน: ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ถูกหักภาษี
  • ประเภทเงินได้: เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าบริการ รวมทั้งรายละเอียดตามแบบ
  • จำนวนเงินที่จ่าย: ยอดเงินได้ที่เป็นฐานการหักภาษี
  • ภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย: จำนวนภาษีที่หักไว้
  • ปีภาษีและรายการประกอบอื่น: ตรวจว่าตรงกับช่วงรายได้ที่กำลังยื่น

สำคัญ !!! หากชื่อ เลขผู้เสียภาษี หรือยอดเงินไม่ตรง ควรติดต่อผู้ออกเอกสารให้ตรวจสอบและแก้ไขก่อนยื่นภาษี

ใบ 50 ทวิ ใช้ทำอะไรได้บ้าง

ยื่นภาษี ภ.ง.ด.90/91: ใช้ประกอบการตรวจรายได้และยอดภาษีที่ถูกหักไว้ในปีนั้น โดยทั่วไปผู้มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียวใช้แบบ ภ.ง.ด.91 ส่วนผู้มีรายได้ประเภทอื่นร่วมด้วยอาจต้องใช้ ภ.ง.ด.90 ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

ขอคืนภาษี: หากภาษีที่ถูกหักไว้ตลอดปีมากกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง ก็อาจมีสิทธิขอคืนส่วนเกินได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าภาษีที่ถูกหักทุกบาทจะได้คืนเสมอไป

ยื่นกู้หรือทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน: บางแห่งใช้เป็นเอกสารประกอบการตรวจสอบรายได้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสถาบันนั้น

สมัครงาน: นายจ้างใหม่บางแห่งอาจขอเอกสารเพื่อประกอบการตรวจสอบเงินได้หรือข้อมูลภาษี แต่ไม่ใช่ข้อกำหนดที่ใช้กับทุกบริษัท

ตัวอย่างการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีที่อาจขอคืนได้

สมมติว่าฟรีแลนซ์รับค่าบริการ 1,000 บาท และเป็นรายการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

รายการจำนวนเงิน
ค่าบริการก่อนหักภาษี1,000 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%30 บาท
เงินสุทธิที่ได้รับ970 บาท

เงิน 30 บาทนั้นไม่ได้หายไป แต่เป็นภาษีที่ถูกหักไว้ล่วงหน้าตามรายการนี้

ตัวอย่างตอนยื่นภาษีประจำปี (ตัวเลขสมมติ):

  • ภาษีเงินได้ที่ต้องเสียจริงทั้งปี 2,000 บาท
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสะสมทั้งปี 3,000 บาท
  • ภาษีที่อาจขอคืนได้ = 3,000 − 2,000 = 1,000 บาท

ในทางกลับกัน หากภาษีที่ต้องเสียทั้งปี 4,000 บาท แต่ถูกหักไว้ 3,000 บาท ก็อาจต้องชำระเพิ่มอีก 1,000 บาท โดยยังต้องคำนึงถึงภาษีที่ชำระไว้ด้วยวิธีอื่นและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ข้อควรระวัง: อัตรา 3% เป็นเพียงตัวอย่างของค่าบริการบางกรณี ไม่ใช่อัตราหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินเดือนหรือรายได้ทุกชนิด และการขอคืนขึ้นอยู่กับผลคำนวณภาษีทั้งปีและการตรวจสอบของกรมสรรพากร

ถ้าไม่ได้รับใบ 50 ทวิ หรือทำหาย ต้องทำอย่างไร ?

  1. ติดต่อฝ่ายบุคคล ฝ่ายบัญชี หรือลูกค้าที่เป็นผู้จ่ายเงินและหักภาษี
  2. แจ้งวันที่จ่ายเงิน หรือเลขที่เอกสารเท่าที่ทราบ พร้อมขอให้ออกเอกสารหรือใบแทน
  3. ตรวจสอบชื่อ เลขผู้เสียภาษี ยอดเงิน และยอดภาษีในเอกสารที่ได้รับ
  4. เก็บไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในโฟลเดอร์แยกตามปีภาษี และสำรองข้อมูลอย่างปลอดภัย

กรณีเอกสารสูญหาย กรมสรรพากรมีคำแนะนำให้ผู้ออกเอกสารจัดทำใบแทนได้ตามหลักเกณฑ์ หากยังไม่ได้รับเอกสาร ไม่ควรระบุยอดภาษีที่ถูกหักไว้เอง ควรเทียบข้อมูลกับหลักฐานการรับเงินและติดต่อผู้จ่ายเงินก่อน

อ่านเพิ่มเติม: คำแนะนำกรมสรรพากรเรื่องการออกใบแทน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ใบ 50 ทวิ กับสลิปเงินเดือนเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน สลิปเงินเดือนแสดงรายละเอียดการจ่ายค่าจ้างในรอบนั้น ส่วนใบ 50 ทวิเป็นหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามแบบและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ไม่มีใบ 50 ทวิ ยังยื่นภาษีได้ไหม

การยื่นภาษีต้องใช้ข้อมูลรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้อย่างถูกต้อง แม้บางกรณีจะไม่ต้องแนบเอกสารทันที แต่ควรมีหลักฐานรองรับไว้เผื่อกรมสรรพากรขอตรวจสอบ หากเอกสารขาดหายควรขอจากผู้จ่ายเงิน

ถูกหักภาษี 3% จะได้เงินคืนทั้งหมดไหม

ไม่แน่เสมอไป ต้องคำนวณภาษีเงินได้ที่ต้องเสียจริงทั้งปีก่อน หากยอดภาษีที่ชำระไว้สูงกว่าภาษีที่ต้องเสีย จึงอาจขอคืนส่วนเกินได้

ทำงานหลายบริษัทหรือรับงานหลายเจ้าต้องใช้ใบเดียวไหม

โดยทั่วไปควรรวบรวมหนังสือรับรองจากผู้จ่ายแต่ละรายที่มีการหักภาษีไว้ แล้วรวมรายได้และยอดภาษีให้ครบถ้วนสำหรับปีภาษีนั้น

ลองคำนวณภาษีด้วย WorkingBee

มีใบ 50 ทวิหลายใบและไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายภาษีเพิ่มหรือขอคืนได้เท่าไร? ลองรวบรวมรายได้ทั้งปี ค่าลดหย่อน และ ยอดภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายสะสม จากเอกสารที่มี แล้วกรอกในเครื่องคำนวณเพื่อดูผลประมาณการ

เครื่องคำนวณภาษี WorkingBee · คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษี

เครื่องคำนวณให้ผลประมาณการตามข้อมูลที่กรอก ไม่ใช่การยืนยันผลคืนภาษีจากกรมสรรพากร


สรุป: ใบ 50 ทวิไม่ใช่เพียงกระดาษที่มีตัวเลขเต็มหน้า แต่เป็นหลักฐานสำคัญว่าเงินได้ของเราเคยถูกหักภาษีไว้เท่าไร เก็บไว้ให้ครบ ตรวจยอดให้ถูกต้อง แล้วการยื่นภาษีสิ้นปีก็ง่ายขึ้นมาก — จาก WorkingBee

แหล่งอ้างอิง

อยากรู้ภาษีของตัวเอง ลองเครื่องคำนวณภาษี · คำถามที่พบบ่อย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ให้ภาษีอัปเดตเองทั้งปี

ออกใบเสร็จให้ลูกค้าใน LINE แล้ว WorkingBee นับเป็นเงินได้และภาษีที่ถูกหักไว้ให้เอง ส่งสลิปแล้วบันทึกรายรับรายจ่ายให้ และเตือนก่อนถึงวันยื่นภาษี

เริ่มใช้ฟรีด้วย LINE